Thai Police Shooting Club
พฤหัสบดี 18 ธันวาคม 2014, 17:28:32 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2555 เรียนเชิญแข่งขัน  POLICE IPSC Championship 2012 จำนวน 7 สนาม  กระสุนประมาณ 160 นัด ค่าสมัคร 2,000 บาท
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สงครามฝิ่นที่ภูหินตั้ง โดยคุณสยุมภู ทศพล  (อ่าน 43535 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
buccaneer81
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


ดูรายละเอียด
« ตอบ #75 เมื่อ: ศุกร์ 14 สิงหาคม 2009, 18:27:34 »

ห้องนี้ นอกจากชอบนิยายแนวเดียวกัน ยังชอบเล่นบีบีด้วย...งั้นเชิญขวนเข้าไปชมเวบของ ชมรมกีฬาบีบีกันกาญจนบุรี ครับผม http://www.kanbbgun.com พอดีทำหน้าที่อยู่ในคณะกรรมการของชมรมฯอยู่ครับ...ต่อเลยครับคุณจิม
บันทึกการเข้า
jimforest
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


ดูรายละเอียด
« ตอบ #76 เมื่อ: อาทิตย์ 16 สิงหาคม 2009, 15:40:35 »

ห้องนี้ นอกจากชอบนิยายแนวเดียวกัน ยังชอบเล่นบีบีด้วย...งั้นเชิญขวนเข้าไปชมเวบของ ชมรมกีฬาบีบีกันกาญจนบุรี ครับผม http://www.kanbbgun.com พอดีทำหน้าที่อยู่ในคณะกรรมการของชมรมฯอยู่ครับ...ต่อเลยครับคุณจิม
ประธานกลุ่มผมเป็นพี่โหล(Loow)  อ่ะครับ  ติดต่อพี่โหลจะดีกว่าครับผม  Grin
บันทึกการเข้า

tham
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


ดูรายละเอียด
« ตอบ #77 เมื่อ: พุธ 02 กันยายน 2009, 10:00:12 »

สวัสดีครับ  ผมกลับจากการฝึกกำลังสำรอง แล้ว อยากอ่านตอนต่อไปจังเลยครับ คุณจิม
บันทึกการเข้า
tham
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


ดูรายละเอียด
« ตอบ #78 เมื่อ: อาทิตย์ 29 พฤศจิกายน 2009, 20:53:26 »

คุณจิมอยากอ่านต่อจัง  ถ้าไม่สะดวกพอจะให้ยืมอ่านได้ไหมครับ  เพราะผมเข้าใจว่าพี่กำลังคิดเรื่อง copyright อยู่
บันทึกการเข้า
tham
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


ดูรายละเอียด
« ตอบ #79 เมื่อ: จันทร์ 17 พฤษภาคม 2010, 19:31:21 »

พี่จิมครับ อยากอ่านต่อ จะทำอย่างไรดี
บันทึกการเข้า
jimforest
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


ดูรายละเอียด
« ตอบ #80 เมื่อ: อาทิตย์ 11 กรกฎาคม 2010, 23:35:14 »

ลองเข้าไปติดตามในนี้ดูครับ 

http://www.thaiairsoftgun.com/board/index.php?topic=51.0

เดี่ยวผมจะพิมพ์เพิ่มให้ครับ
บันทึกการเข้า

jimforest
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37


ดูรายละเอียด
« ตอบ #81 เมื่อ: อังคาร 13 กรกฎาคม 2010, 17:33:08 »

เรื่องสงครามฝิ่นที่ภูหินตั้งสยุมภู ทศพล

ขอขอบคุณและขออนุญาติเผยแพร่หนังสือดีๆไม่ให้หายสาปสูญไป    ขอขอบคุณ  คุณ  สยุมภู  ทศพล

สงครามฝิ่นที่ภูหินตั้ง  โดยคุณสยุมภู  ทศพล
๑๕......

   ร.อ. นอร์ตั้นขบกรามแน่น  จ้องสายตาประสานกับ ร.อ. เหงียน-วัน-คอย  พร้อมกับส่ายหน้าช้า ๆ เป็นทำนองปฏิเสธ


   เหงียน-วัน-คอย  เตะขวาตูมเข้าไปที่บริเวณใบหน้าของนอร์ตั้นเต็มแรง

   “เชียะ”

   รองเท้าผ้าใบหุ้มข้อแบบเดินป่า  สีเขียวเข้มฟาดฉาดเข้าไปที่บริเวณแก้มซ้ายของนอร์ตั้นสุดแรงเกิด  นอร์ตั้นสะบัดหน้าหงาย  แล้วยกมือทั้งคู่ขึ้นปิดดวงหน้าพร้อมกับคู้เข่าขึ้นมานั่งด้วยความมึนงง

   “เชียะ”

   เหงียน-วัน-คอย  กระหน่ำเท้าขวาซ้ำเข้าไปที่เก่าอย่างเมามัน  คราวนี้นอร์ตั้นถึงกับกระเด็นลงไปนอนตะแคงอยู่ที่พื้น  เลือดกำเดาทะลักออกมาแดงฉาน

   “อย่าเสียเวลาสหายผมแดง  ผมเป็นคนใจร้อน  และไม่ชอบให้ใครขัดใจ  โดยเฉพาะชาวอเมิกันที่ผมเกียดอย่างเข้ากระดูกดำ  สหายอย่ามัวคำนึงถึงกฏเจนีวาอยู่เลย  อเมริกันฆ่าคนของเวียตนามเหนือมากเท่าไร  ผลตอบแทนที่ได้รับมันจะทับทวีขึ้นเป็นเงาตามตัว  พูดวิทยุตอบเครื่องบินเดี๋ยวนี้”

   กองไสผุดลุกขึ้นถลาเข้าไปประคอง นอร์ตั้นขึ้นมาจากพื้นดินพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางที่บังคับ ความรู้สึกอย่างเต็มที่

   “ผู้กองเหงียน-วัน-คอย  คุณก็เคยเป็นนักกีฬาระดับชาติมาแล้ว  การกีฬาไม่แพ้ก็ชนะ  สงครามก็เช่นกัน  ขณะนี้ผมและกัปตันนอร์ตั้นตกเป็นเชลยศึกของคุณแล้ว  ผมแพ้คุณอย่างไม่มีทางต่อสู้  คุณควรจะนึกถึงกฏเกณฑ์และข้อตกลงในสัญญาของเจนีวาบ้าง  คุณละเมิดกฏ  คุณทารุณต่อเชลยศึกที่ไม่มีโอกาสแม้จะป้องกันตัวเอง”

   เหงียน-วัน-คอย  หัวเราะก๊าก

   “สหายกองไส  กีฬากับสงครามมันไม่เหมือนกันหรอกสหาย  บำเหน็จของกีฬาคือเหรียญรางวัลที่สูงส่ง  ส่วนบำเหน็จของสงครามก็คือความตายและหลุมฝังศพเท่านั้นสงครามที่ไม่มีการประกาศแบบนี้  พวกผมจะไม่มีวันยอมรับรู้กฏเกณฑ์อะไรทั้งสิ้น  คำมั่นสัญญาของผมก็คือชั้นเชิงและเล่ห์เหลี่ยมที่จะต้อนพวกคุณให้ตกอยู่ในกำมือของผมโดยวิธีที่สูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตให้น้อยที่สุดเท่านั้น  และขณะนี้ผมก็ทำสำเร็จ  ยังก่อนสหายกองไสเมื่อกี้นี้มันเป็นเพียงแค่  “หนังตัวอย่าง” เท่านั้น  สหายและนักบินอเมริกันจะต้องพบกับอะไรต่ออะไรที่คาดไม่ถึงอีกแยะเลยทีเดียว  บอกเพื่อนของสหายให้พูดวิทยุเดี๋ยวนี้”

   นอร์ตั้นเช็ดเลือดกำเดาด้วยแขนเสื้ออย่างลวก ๆ แล้วเอื้อมมือหยิบวิทยุจาก  เหงียน-วัน-คอย  ขึ้นมาพูดตอบหน่วยกู้ภัยซึ่งกำลังบินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้าทันที

   “โฮเต็ลฟ็อคท็อตจากนอร์ตั้น  ขณะนี้ผมและกองไสตกเป็นเชลยศึกของทหารเวียตนามเหนือ  คุณกลับไปได้แล้วขอบคุณมากที่ช่วยเหลือ  ลาก่อน”

   เหงียน-วัน-คอย  หัวเราะออกมาก๊ากใหญ่ด้วยความพึงพอใจ  แล้วกระชากวิทยุจากมือของนอร์ตั้นเอาไปเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบที่รุ่มร่าม  ต่อจากนั้นก็หันไปตะโกนออกคำสั่งให้ทหารเอาเชือกร่มชูชีพที่ตระเตรียมไว้แล้วมัด ข้อมือกองไสกับนอร์ตั้นติดกันอย่างแน่นหนา

   ทหารเวียตตนามเหนือแปรขบวนออกเป็นรูปวงกลมโดยต้อนนอร์ตั้นและกองไสเข้าไปอยู่กึ่งกลาง  ต่อจากนั้นก็เคลื่อนย้ายออกจากป่าละเมาะอย่างช้า ๆ ด้วยความระมัดระวัง

   ทั้ง ๆ ที่รับวิทยุยืนยันจากนอร์ตั้นแล้วก็ตามที่ “F-105” ทั้งสามเครื่องบินคุ้มกันเครื่องบินกู้ภัยก็ยังพยายามที่จะช่วยเหลือ  จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายด้วยการบินโฉบลงมาตรวจการณ์ในระยะต่ำ ๆ

   พอ “F-105” โฉบลงมาเท่านั้น  ทหารเวียตนามเหนือซึ่งควบคุมเชลยศึกอยู่ข้างล่างก็ยิงปืนกลมืออาก้าสวนขึ้นมาเป็นห่าฝน  แถมโห่ร้องด้วยความสนุกสนานด้วยท่าทางที่เป็นต่ออย่างเห็นได้ชัด

   เหมือนกับโชคจะเข้าข้างพวกทหารเวียตนามเหนืออากาศที่แปรปรวนอยู่ตลอดเวลาของเมืองลาวเริ่มเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน

   สภาพของท้องฟ้าซึ่งแจ่มใสมาตั้งแต่เช้าตรู่เริ่ม มืดสลัวสายหมอกจับกลุ่มรวมตัวกันหนาทึบแล้วลอยต่ำลงทุกขณะพร้อม ๆ กับแผ่ปริมณฑลกว้างออกไปจนกระทั่งครอบคลุมที่ราบแอ่งกะทะอันกว้างใหญ่ไพศาลของเส้นทาง “หินตั้งภูผาไซ” จนขาวโพลนไปหมดทั้งอาณาบริเวณ

   F-105 และเครื่องบินกู้ภัยผละออกจากบริเวณดังกล่าวบินหนีสายหมอกที่หนาทึบขึ้นหาชั้นความสูง แล้วมุ่งทิศทางการบินกลับอุดร  ด้วยความผิดหวังอย่างใหญ่หลวง

   ผมกันรุตม์ ระวี  ลดกล้องสนามแรงสูงที่ส่องดูเหตุการณ์การสู้รบ  ณ  บริเวณแอ่งกะทะเบื้องล่างลงจากดวงตาเกือบจะพร้อม ๆ กัน  ห่างออกไปเล็กน้อย  “ศรีจันทร์” ครึ่งนั่งครึ่งนอนพิงพนักโขดหินส่งสายตามองลงไปเบื้องล่างแทบไม่กระพริบด้วยความตื่นเต้นสุดขีด

   สายหมอกที่ครอบคลุมแอ่งกะทะเบื้องล่างลามเลียขึ้นมาบนยอดภูหินตั้งอย่างรวดเร็ว  ในไม่ช้าก็มืดทึบไปทั่วทั้งขุนเขา

   “เสร็จมันลูกพี่  อากาศปิดแบบนี้ขบวนรถบรรทุกของมันก็สบายไม่เท่านั้น  ถ้าผมเดาไม่ผิดป่านนี้พวกมันจะต้องเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าเมืองกำเกร็งกันแล้ว”

   “แต่มันก็ได้ผลคุ้มค่าไม่ใช่หรือรุตม์  เท่าที่เราตรวจการณ์ด้วยสายตารถบรรทุกของเวียตนามก็เสียหายมิใช่น้อยอั๊วอยากรู้ว่าจำนวนที่แท้จริงที่รอดจากจรวดนาปาล์มของ F-105 จะเหลืออยู่อีกกี่คับ ?”

   “คุ้มน่ะมันคุ้มอยู่หรอกลูกพี่  แต่ทางฝ่ายเราก็สูญเสียมิใช่น้อยเลยนะครับ  เครื่อง T-28 โดนยิงร่วงตั้ง ๓ เครื่องแถมยังต้องเสียนักบินอีกตั้งสามคน  ถ้าคิดจะเปรียบเทียบกันตามเปอร์เซ็นต์แล้วผมว่ามันยังไง ๆ อยู่นาลูกพี่”

   “ถ้าจะคิดแบบพ่อค้ามันก็น่าเป็นอย่างที่ลื้อพูด  แต่ถ้าจะคิดแบบอเมริกันซึ่งอยู่ในฐานะเจ้าบุญทุ่ม  ไอ้การสูญเสียขนาดนี้พวกเขาไม่สะดุ้งสะเทือนหรอก  ไอ้แค่เครื่องบิน T-28 มันก็ไอ้เศษเหล็กที่บินได้ราคาเครื่องหนึ่งจะเท่าไรกันมันเทียว  ลื้อรู้มั้ยเครื่อง T-28 ขณะนี้ อเมริกันเค้าเก็บเอาไว้ทำไม?”

   ผมย้อนถามออกไป

   “ก็เก็บเอาไว้บินซีครับ  ลูกพี่ไม่น่าถามเล้ย”

   “ใช่  ลื้อตอบไม่ผิดหรอกอเมริกันเขาใช้เครื่องบิน T-28 เป็นเป้าให้เครื่องไอพ่นชนิดต่าง ๆ ฝึกยิงจรวดอากาศ  ลื้อคิดดูซิวะ  วันหนึ่ง ๆ เครื่ง T-28 โดนจรวดเครื่องบินไอพ่นตกวันละกี่สิบลำ  แล้วไอ้เรื่องขี้ผงขนาดนี้มันจะไปรู้สึกอะไร”

   “เอ๊ะ  รบกับมหาเศรฐีซะอย่างมันก็สบายไปแปดอย่างแบบนี้แหละครับ  ลูกพี่  ผมมองเห็นนักบิน T-28 ดวลกับมิค-15  อย่างชนิดสี่ต่อหนึ่งเมื่อกี้นี้แล้วอดขนลุกไม่ได้ไอ้หมอนี่ถ้าไม่บ้าก็กล้าเกินมนุษย์  ผมชักจะเป็นห่วงหมอนี่ซะแล้วซี  ป่านนี้คงจะโดนซิวไปแล้วกระมัง”

   “เท่าที่กำลังกล้องสนามของเราตรวจการณ์ได้หลังจากร่มชูชีพทั้งสองตกลงในป่าละเมาะข้าง ๆ เส้นทางนั่นแล้วเราก็ตรวจการณ์อะไรไม่ได้อีกเลย  ประเดี๋ยวสถานีลอยฟ้าคงจะส่งข่าวมาให้พวกเราทราบเอง”

   “อ้าย....ข้าน้อยห่วงหมวดเพ็งสวรรค์  แฟนของศรีมายเหลือเกินหมวดเพ็งสวรรค์ออกไปรับขบวนรถบรรทุกตั้งแต่ตอนเที่ยงคืน  จะเป็นอะไรก็ไม่รู้ข้าน้อยสงสารเพ็งสวรรค์  เพราะเขาเป็นคนดีคอยช่วยเหลือครอบครัวของข้าน้อยอยู่เสมอ”

   ศรีจันทร์  ซึ่งนั่งเงียบตลอดเวลาคว้ามือของผมไปกำไว้แน่น  ความสัมผัสแรกที่รู้สึกก็คือความเย็นเยียบของอุ้งมือที่เนียนนุ่มคู่นั้น

   ผมหันไปโอบไหล่ศรีจันทร์อย่างปลอบใจ  ร่างของเธอลู่เข้ามาซบอยู่ที่หน้าอกของผมเหมือนกับโดนกระแสแม่เหล็ก  รุตม์  หันมายักคิ้วให้ผมพร้อมกับลุกขึ้นจาก  โขดหินแล้วกล่าวออกมาเหมือนกับจะเปิดโอกาสให้ผมอยู่ในที

   “ผมจะออกไปดูแฟลร์  สะดุดที่วางเอาไว้ข้างหลังโน่นลูกพี่เปิดเครื่องเอกซเรย์-บี  ค่อนเอาไว้ด้วยนะครับ  เหลือเวลาอีก ๒ นาที  จะถึงเวลาเช็คผู้หมวดคำลื้อแล้ว ”

   ผมลืมไปถนัดใจ  จากแผนการที่ได้วางเอาไว้ทุก ๆ เวลา ๓ ชั่วโมงครึ่งหลังเวลา ๐๖.๐๐ น.  เราทั้งสามจะเปิดเครื่อง “เอกซเรย์ บี-ค่อน”  เพื่อเช็คตำแหน่งที่อยู่ของแต่ละคน  อันแสดงถึงเหตุการณ์ปกติระหว่างเพื่อนร่วมทีมในขณะแยกกันปฏิบัติงานนั่นเอง

   การสู้รบที่ติดพันอย่างดุเดือดเลือดพล่านที่หาดูไม่ได้อีกแล้วในชั่วชีวิตทหารรับจ้างที่ผ่านมามันสร้างความตื่นตาตื่นใจจนทำให้ผมลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปชั่วขณะ  เมื่อผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็ปรากฏว่าเหลืออีก ๒ นาทีจะ ๐๙.๓๐ น.  ตามคำพูดของรุตม์จริง ๆ

   ผมละมือจากการโอบกอดศรีจันทร์โดยไม่ให้เธอรู้สึกตัว  ต่อจากนั้นกดปุ่มทั้งสามบนเครื่องเอ๊กซเรย์-บีค่อน  ด้วยความรู้สึกห่วงใยในตัวผู้หมวดคำลื้อ  สิงหาพงษ์ยิ่งกว่าทุกครั้ง

   แผงหน้าปัดปรากฏแสงนวลขึ้นมาพร้อม ๆ กันทั้งสามจุดจากบริเวณ ๑๒ นาฬิกาตำแหน่งของผมและรุตม์อยู่ห่างกันตามตารางระยะบ่งเอาไว้เพียง ๒๐ เมตรเท่านั้นเอง

   ส่วนตำแหน่งของหมวดคำลื้ออยู่เยื้องไปทางขวามือบริเวณ ๑๖ นาฬิกาครึ่งพอดิบพอดี

   ตามปกติประสิทธิภาพของ  “เอกซเรย์-บีค่อน”  ระยะพื้นดินต่อพื้นดินจะมีรัศมีการทำงานเพียง ๔ กิโลเมตรเท่านั้นแต่สำหรับผลการทำงานครั้งนี้ทำให้พวกผมทุกคนได้ข้อมูลว่าจากที่สูงจากพื้นดินประมาณ ๕,๐๐๐ ฟิตขึ้นไป  เมื่อเปิดเครื่องส่งสัญญาณ  “เอกซเรย์-บีค่อน” จะสามารถยืดรัศมีออกไปเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

   จุดตำแหน่งของรุตม์เคลื่อนที่ออกไปทางซ้ายมือเล็กน้อยแล้วย้อนกลับมาที่เดิม

   ในทำนองเดียวกันจุดตำแหน่งของคำลื้อก็เคลื่อนที่เป็นมุม ๔๕ องศาขึ้นมาจากตำแหน่งเดิมอยู่ชั่วครู่ก็เคลื่อนที่กลับไปยังตำแหน่งเดิมอีก  อันแสดงว่าขณะนี้  “เหตุการณ์ปกติ”  ตามแผนการที่ได้นัดหมายกันเอาไว้อย่างรัดกุมก่อนเดินทาง

   ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก  ศรีจันทร์ผวาขึ้นมาทั้งตัวผมรีบโอบกอดเธอเอาไว้ด้วยความสงสารอย่างจับจิตจับใจ

   “อ้ายมีอะไรที่หนักอกหนักใจอีกหรือคะ  ตามความรู้สึกของศรีจันทร์รู้สึกว่าอ้ายทั้งสามคงจะไม่ใช่พ่อค้าฝิ่น  ตามธรรมดาเสียแล้ว  ศรีจันทร์ถึงแม้จะไม่รค่อยจะประสีประสาอะไรนัก  แต่เหตุการณ์ที่บังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้มันแสดงให้เห็นว่าอ้ายเป็นพวกฝ่ายขวาที่ลอบเข้ามาเพื่อกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างแน่นอน  ศรีจันทร์จะไม่เอ่ยปากถามอ้ายเป็นอันขาดแต่อย่างไรก็ดี  ศรีจันทร์คิดว่าคนที่ศรีจันทร์มอบความเป็นสาวให้เมื่อคืนนี้คงจะรักและสงสารศรีจันทร์ตลอดไปนะอ้ายนะ”

   ศรีจันทร์ออดอ้อนผมด้วยอารมณ์สาวที่กระเจิดกระเจิงกลิ่นสาบสาวที่กรุ่น  อยู่แค่เอื้อมทำให้ผมซุกหน้าลงควานหาความหวานบนริมฝีปากที่ช่างเจรจาด้วยอาการเผลอใจ

   ศรีจันทร์กระหวัดมือทั้งสองขึ้นโอบรอบคอของผมแน่นดวงตาที่ไร้เดียงสาทั้งคู่ปิดสนิทด้วยความอุธัจ  เพลิงสวาทที่มอดไหม้มาหลายชั่วโมงเริ่มคุขึ้นมาอย่างช่วยเหลืออะไรไม่ได้

   จากเด็กสาวที่แสนจะบริสุทธิ์ ดุจน้ำค้างกลางหาวพรหมลิขิตหรือกามเทพก็เหลือจะเดา  ที่ทำให้วงจรชีวิตของเธอต้องมาพบกับทหารรับจ้างเดนตายเยี่ยงผม  สุภาษิตของนักรบบ่งบอกเอาไว้ว่า

   “จารบุรุษหรือนักก่อวินาศกรรมคนใดก็ตามที  ชีวิตและแผนปฏิบัติงานมักจะพบกับจุดจบและล้มเหลวเมื่อผู้หญิงและความรักได้โคจรเข้ามาเกี่ยวข้อง”

   ให้ตายซีครับ  ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกผมก็ยังอดต่อสิ่งที่หัวใจเรียกร้องไม่ได้  ผมบอกกับหัวใจของตัวเองได้อย่างเต็มที่ว่าขณะนี้ผมถลำรักเด็กสาวผู้น่าสงสารเข้าไปหมดทั้งหัวใจเสียแล้ว

   “ครับ  ศรีจันทร์ผมรักคุณจนหมดหัวใจ  ศรีจันทร์ไม่ต้องคิดหรอกครับว่าผมจะทอดทิ้งศรีจันทร์ให้พบกับความผิดหวังทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมกระทำกับศรีจันทร์อยู่ในขณะนี้มิใช่อารมณ์ชั่วแล่น  มันเป็นสิ่งเรียกร้องของหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักความเสน่ห์หาอย่างแท้จริง  ความสาวที่ศรีจันทร์มอบให้กับผม  ผมจะเทิดทูนและปกปักษ์รักษาเอาไว้ในหัวใจชั่วฟ้าดินสลาย”

   ศรีจันทร์ไม่ตอบผมหรอกครับเพลงรักของกามเทพทำให้เธอสำลักความสุขพึมพำภาษาลาวเทิงอันเป็นภาษาเมืองแม่ของเธอออกมาด้วยอาการเผลอใจ

   สองชั่วโมงผ่านไปเหมือนกับติดปีกบิน  สถานีลอยฟ้าแจ้งการโดนจับเป็นเชลยศึกของ ร.อ. นอร์ตั้น และ ร.ท. กองไส มาให้พวกผมทราบในเวลาเที่ยงตรงพร้อมกับกำชับให้พวกผมหาทางช่วยเหลือเชลยศึกทั้งสองคนถ้ามีโอกาส

   “ไอ้หอก  หนอยให้ช่วยเหลือเมื่อมีโอกาส  ว่ายังไงลูกพี่  ขืนให้พวกเราทั้งสามคนเข้าไปแย่งเชลยศึกก็เหลือแต่ชื่อแหง ๆ เท่านั้น แฮะ แฮะ  ถ้ามีเงินจ้างเพิ่มเติมกว่านี้บางที่ผมอาจจะเสี่ยงเหมือนกัน  รึลูกพี่ว่ายังไง”

   ในขณะที่พูดรุตม์ก็ยักคิ้วหลิ่วตาให้ผม เสมือหนึ่งจะล่วงรู้เหตุการณ์ที่ผ่านไปเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วมาผมก็เลยขว้างม้วนผ้าห่มที่วางอยู่ข้าง ๆ ไปบริเวณใบหน้าของรุตม์เต็มแรงเพื่อแก้ความขวยเขิน

   รุตม์  เอื้อมมือรับผ้าห่มเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด  แถมยกผ้าห่มขึ้นไปสูดกลิ่นเต็มแรงแล้วกอดผ้าห่มทำตาลอยพูดออกมาเหมือนจงใจจะให้ศรีจันทร์ได้ยินอยู่ในที

   “เออ...กลิ่นความรักหอมฉุยไปหมดเลยน้อ  รุตม์หนอรุตม์ทำไมมันถึงบุญน้อยหยั่งงี้ก็ไม่รู้  แอบรักพี่สาวมาตั้งนานก็โดดกระรอกเจาะซะแล้ว  ยังเหลือน้องสาวอีกคนความหวังจะเหลืออยู่หรือไม่หนอเรา”

   ศรีจันทร์หัวเราะออกมาอย่างไร้เดียงสา  แล้วกล่าวขึ้นอย่างน่ารัก

   “อ้ายรักศรีมายหรือจ๊ะ  เรื่องอย่างนี้ต้องถามศรีมายเค้าดูเอง  ทางที่ดีควรจะตกลงกับหมวดศรีเพ็งสวรรค์เสียก่อนไม่ดีหรือคะ  เขาเป็นแฟนกันมาแล้ว”

   “ชื่อของ “เพ็งสวรรค์”  นายทหารหนุ่มลาวแดงที่ดำรงตำแหน่งล่ามของทหารรุสเซียตามคำบอกเล่าของศรีมายผ่านแวบเข้ามาในสมองของผม”

   คาดคิดที่จะล้วงความลับจาก “เพ็งสวรรค์”  เกี่ยวแก่เรื่องเชลยศึกโดยอาศัยศรีมายเป็นบันไดถูกวางแผนขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน  อา ! ผมชักจะได้กลิ่นดอลล่าร์หอมหวานขึ้นมาอีกซะแล้วละซี

   อย่างไรก็ดีถ้าเพ็งสวรรค์เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้โอกาสของผมก็หมดไปโดยปริยาย  สถานการณ์รอบ ๆ ด้านบังคับให้ผมต้องเอาใจช่วยเพ็งสวรรค์   นายทหารลาวแดงผู้ซึ่งเป็นศัตรู  ให้มีชีวิตรอดเพื่อ “งาน ของพวกเราในโอกาสต่อไป.......!”

บันทึกการเข้า

BallalistitThegto
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #82 เมื่อ: เสาร์ 14 พฤษภาคม 2011, 15:22:01 »

น่ากลัวมากๆ
บันทึกการเข้า

จำหน่ายหินเทียมและหินสังเคราะห์ในราคากันเอง
tourpoo
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


ดูรายละเอียด
« ตอบ #83 เมื่อ: พฤหัสบดี 15 พฤศจิกายน 2012, 08:53:49 »

ชอบๆแนวสงครามคับ  หาอ่าดั้ยที่น่ายวคับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 4 5 [6]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!